สิ่งที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฮบริด

ธรรมดาแล้ว ชนิดของรถยนต์ที่มีการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับในการเคลื่อนที่พวกเราได้ทราบจะ หรือได้ยินกันเสมอๆก็อาจจะเป็นรถยนต์ Hybrid, Plug-in Hybrid หรือไม่ก็เป็นรถยนต์ EV (Electric Vehicle) ไปเลย แม้กระนั้นเมื่อทางนิสสันได้กระทำการเปิดตัว Nissan Note e-Power ทำตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระบบระเบียบแนวทางการทำงานของเครื่องยนต์กลไกไม่เหมือนกันกับที่กล่าวมา เลยทำให้คนไม่ใช่น้อยเริ่มสงสัยว่า ตกลงแล้วรถยนต์รุ่นนี้ใช้ระบบการทำงานสำหรับเพื่อการขับแบบไหน วันนี้พวกเรามาทดลองทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเรื่อยๆดีมากกว่า

จากราคาน้ำมันที่ทำสถิติสูงมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลายข้างกำลังมองหาพลังงานตอบแทนแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล หรือแม้กระทั้ง ก๊าส เอ็นจีวี หรือ แอลพีจี พลังงานพวกนี้บางสิ่งบางอย่างบางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้กระนั้นจำเป็นต้องเห็นด้วยว่ายังไม่ได้รับความนิยมซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลมากมายหลายอย่าง อีกทั้งการโฆษณา รวมทั้งความไม่วางใจในความสามารถ

ก็เลยกำเนิดความคาดหมายใหม่ที่ผู้คนจำนวนมากคอย แล้วก็ถูกเอ๋ยถึงเพิ่มมากขึ้นทุกเมื่อเชื่อวันโน่นเป็น รถยนต์ไฮบริด หรือเครื่องจักรกลไฮบริด โดยจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งโอกาส สำหรับการประหยัดเงินในกระเป๋า แม้กระนั้นมีคนจำนวนไม่น้อยยังงงมาก และไม่ค่อยรู้เรื่องว่า ไฮบริด เป็นอย่างไร?

ไฮบริด เป็นยังไง?

ลองทำความรู้จักกับพลังเคลื่อนรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่บนฐานรากเดียวกับรถยนต์ทั่วๆไป แม้กระนั้นเป็นจุดพอดีอีกทั้งในเรื่องความประหยัดอดออมน้ำมันเชื้อเพลิง มลภาวะ แล้วก็มีความสามารถ มิได้ด้อยกว่ารถยนต์ทั่วๆไปที่ใช้เครื่องจักรการเผาผลาญข้างในที่พวกเราๆท่านๆใช้กันอยู่ในขณะนี้เลย…รวมทั้งถึงในเวลานี้ รถยนต์ไฮบริดก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเหลือเกิน

ตอนแรกนั้น โตโยต้า เป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีไฮบริดจ์มาใช้ในเชิงการค้าเพื่อขายในวงกว้าง ในรุ่น พรีอุส ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการหนแรกเมื่อปี ค.ศ.1997 ต่อมาค่ายคู่ปรปักษ์อย่าง ฮอนด้า ก็ปลดปล่อย ฮอนด้าอินไซต์ ตามออกมาในอีก 2 ปีที่ผ่านมา ต่อจากนั้นรถยนต์ไฮบริดจ์ก็ได้รับความชื่นชอบมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ต้นสายปลายเหตุที่ได้รับความเชื่อถือจากบรรดาคนขับขี่ทั้งหลายแหล่ในสมัยเริ่มก็เป็นเนื่องจากว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์กลไกเชื้อเพลิงเบนซินเป็นหลักในแบบเดิมที่ยังคงเชื่อถือได้ในคุณภาพบวกกับความสามารถใหม่จากมอเตอร์กระแสไฟฟ้าพร้อมแหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ไม่มีความจำเป็นต้องทิ่มปลั๊กไฟฟ้าแบบรถยนต์กำลังไฟฟ้าทั่วๆไปนั่นเอง

แต่ว่าเพราะว่าในตอนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดจ์ในสมัยเริ่มทั้งคู่ค่ายต่างก็นำเทคโนโลยีไฮบริดจ์ของตนเองไปใส่อยู่ในรถยนต์ที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่ทั้งยังคัน ซึ่งก็คือ พรีอุสของค่ายโตโยต้าแล้วก็อินไซต์ของค่ายฮอนด้า ซึ่งทั้งคู่รุ่นนี้จะราคาแพงค่อนข้างจะสูง ก็เลยทำให้ลูกค้าในวงกว้างมีความลังเลใจระหว่างเงินใหญ่ที่จะแลกเปลี่ยนกับความประหยัดและมัธยัสถ์ ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งคู่รุ่นไม่อาจจะเท่ากันกับยอดจำหน่ายของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์กลไกธรรมดานั่นเอง แต่ว่าในตอนนี้ทั้งคู่ค่ายรวมถึงบรรดาค่ายรถยนต์อื่นๆได้เปลี่ยนแปลงแผนโดยการนำเครื่องจักรกลไฮบริดจ์มาใส่เอาไว้ข้างในรถยนต์ที่มีขายอยู่ทั่วๆไปในตลาดเพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้กับลูกค้าทั่วๆไป โดยในฝั่ง โตโยตา ได้นำเอาระบบไฮบริดจ์มาใส่ด้านในแคมปรี่ ส่วนทาง ฮอนด้า นั้นก็เอามาใส่ใน ซีวิค แอคคอร์ด และก็ แจ๊ส เพื่อลูกค้าทั่วๆไปเข้าถึงเทคโนโลยีไฮบริดจ์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

การทำงานของเครื่องจักรกลไฮบริดจ์ก็คือ เมื่ออยู่ในขณะออกสตาร์ทแล้วก็ในตอนที่ใช้ความเร็วต่ำนั้นมอเตอร์กระแสไฟฟ้าจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นตัวเคลื่อน โดยแบตเตอรี่นั้นจะเป็นจำพวก High Voltage Nickel Metal Hydride ลักษณะเดียวกันกับแบตเตอรี่สำหรับโทรศัพท์โทรศัพท์มือถือ แม้กระนั้นมีขนาดใหญ่กว่ามากมายแล้วก็ยังมีคุณภาพสูงขึ้นยิ่งกว่าอีกด้วย

ส่วนในขณะเร่งเครื่องด้วยความเร็วสูงหรือตอนที่รถยนต์อยากได้ใช้แรงมากมายๆได้แก่ การขึ้นไปบน นั้นระบบเคลื่อนจะใช้พลังงานจากมอเตอร์กระแสไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องจักรกลเบนซินด้วยกันเพื่อได้พลังสูงสุดแล้วก็พอเพียงต่อการใช้แรงงาน สำหรับตอนที่ลดความเร็วลง หรือในเวลาที่ลงทางลาดชันนั้นระบบจะใช้แรงเฉื่อยปั่นไฟฟ้ากลับเข้าไปชาร์จพลังงานไปเก็บสำรองไว้ภายในแบตเตอรี่ตอบแทน

จุดเด่นของรถยนต์ไฮบริดจ์

สิ่งแรกของรถยนต์ไฮบริดจ์ก็คือ การใช้กำลังไฟฟ้าขับมอเตอร์จะไม่มีมลภาวะอะไรก็แล้วแต่ออกมาเลย จะมีก็แม้กระนั้นมลพิษที่มีต้นเหตุมากจากไอเสียเวลาที่เครื่องจักรเบนซินดำเนินการแค่นั้น จากการทดลองหาค่าไอเสียจากรถยนต์ไฮบริดจ์สำหรับการใช้งานจริงบนถนนหนทางในเมืองจะพบว่ามีค่าไอเสียที่ออกมาโดยรวมน้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์กลไกเบนซินธรรมดาเพียง 1 ใน 10 แค่นั้น ทั้งยังยังสามารถลดค่า CO2 ลงได้ถึง 50% อย่างยิ่งจริงๆ จุดเด่นที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือการประหยัดน้ำมันลงกว่าครึ่ง ด้วยเหตุว่าเครื่องยนต์กลไกไม่ต้องปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาเนื่องจากว่ามีมอเตอร์กระแสไฟฟ้ารอช่วยสำหรับการเคลื่อน และการที่ระบบไฮบริดจ์สามารถสร้างไฟฟ้าไปเก็บสำรองเอาไว้ในแบตเตอรี่ในระหว่างที่ลดความเร็วหรือกำเนิดแรงเฉื่อยขึ้นนั้นก็ทำให้ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาชาร์จไฟเตอปรี่เสมือนรถยนต์กระแสไฟฟ้าทั่วๆไปก็เลยทำให้การใช้แรงงานสบายราวกับรถยนต์ธรรมดา ทั้งยังช่วยลดมลพิษทางเสียงลงได้อีกด้วย ส่วนจุดบกพร่องของรถยนต์ระบบไฮบริดจ์นั้นก็เห็นจะมีแค่เพียงราคาที่สูงกว่าและก็การบำรุงรักษาที่มากขึ้นเพียงแค่นั้น

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *